Lilypie - Personal pictureLilypie

Thursday, December 30, 2010

Speech Competition 2010




ปี 2553 นี้ ลูกได้เป็นตัวแทนโรงเรียนเข้าแข่งขัน Impromptu Speech ของช่วงชั้นที่ 2 (ป.4-ป.6) ตอนแรกแม่ไม่แน่ใจว่าครูจะเลือกลูกหรือไม่ เพราะลูกเพิ่งขึ้นชั้นมาอยู่ ป. 4 ซึ่ิงจะทำให้ลูกเสียเปรียบนักเรียนที่โตกว่า แต่ในที่สุดลูกก็กลับบ้านมาบอกแม่ว่าครูจะให้ลูกไปแข่ง แม่ฟังด้วยความรู้สึกทั้งดีใจและหนักใจ เพราะรู้ดีว่างานหนักรอเราอยู่แน่ ๆ

การแข่งขันในปีนี้ต่างจากปีที่แล้ว ซึ่งตอนแรกแม่ก็งง ๆ นิดหน่อย ในรอบแรกเป็นการแข่งกันในกลุ่มโรงเรียนบางพลี 1 วันที่ 20 กรกฏาคม 2553 จัดที่โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์ เรียกว่างาน "แข่งขันทักษะทางวิชาการ กลุ่มสาระการเีรียนรู้ภาษาต่างประเทศ" คือมีการแข่งขันหลายชนิด เช่น spelling bee, skit, story telling, speech ไม่ใช่เป็นการแข่งสุนทรพจน์เพียงอย่างเดียวเหมือนปีที่แล้ว มีผู้แข่งขันในรุ่นเดียวกับลูก ประมาณ 7 คน


ข้างบนนี้คือโฉมหน้านักเรียนคนเก่ง ที่เป็นตัวแทนจากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศสุวรรณภูมิผลการแข่งขัน ลูกได้ที่ 1 ระดับเหรียญทอง (96%) ในรอบนี้ลูกพูดหัวข้อ My Mother ครูแจ้งว่าลูกจะต้องเป็นตัวแทนกลุ่มเข้าแข่งขันเพื่อหาตัวแทนในระดับเขตพื้นที่การศึกษาต่อไป คาดว่าน่าจะแข่งประมาณเดือนสิงหาคม ครูจึงแนะนำให้เราเพิ่มบทเกี่ยวกับแม่ของแผ่นดินเข้าไปด้วย แม่จึงปรับบทให้ลูกนิดหน่อย และใส่กลอนให้ด้วย ลูกไม่มีปัญหาเรื่องการจำบท แต่ัปัญหาของลูกคือความซน และไม่นิ่ง ลูกมักจะพูดเร็วเกินไป ไม่ค่อยหยุดและเน้นคำเท่าที่ควร แต่ก็นั่นละนะ แม่ก็เข้าใจ นี่คือตัวลูก ลูกของแม่ก็เป็นแบบนี้ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอกจ้ะ เราก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ก็แล้วกันนะจ๊ะ แต่แม่ก็แอบหวังลึก ๆ ว่าอยากให้ลูกผ่านรอบสองให้ได้

รอบที่สอง แข่งที่โรงเรียนบางพลีใหญ่กลาง วันที่ 12 สิงหาคม วันแม่พอดีเลยจ้ะ เป็นวันหยุด รอบนี้พ่อก็เลยไ้ด้ตามไปชมและเชียร์ลูกด้วย เราขับรถไปที่โรงเรียนกันเอง เพราะอยู่ไม่ไกลจากบ้าน รอบนี้ดูอลังการกว่ารอบที่แล้ว

พอเปิดงานเสร็จ ก็เป็นการแข่งขัน น้องเบญจมินทร์ ซึ่งเป็นตัวแทนช่วงชั้นที่ 1 แข่งก่อน ปัญหาที่ไม่คาดที่นี่ก็คือ เขาไม่มีขาตั้งไมโครโฟน ทำให้ท่าที่เตรียมกันมาเป็นอันไม่สมบูรณ์กันไปหมด ไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องเลยตามเลยจ้ะ รอบนี้ลูกพูดเรื่อง My Mother เหมือนเดิมแต่เป็นรุ่นปรับปรุงใหม่แล้ว

ตอนประกาศผลการแข่งขัน กรรมการก็ประกาศผลผิด ตอนที่ประกาศว่าคนที่ได้ที่หนึ่งไม่ใช่ลูก แม่รู้สึกได้ทันทีว่าลูกผิดหวัง แต่แล้วกรรมการที่เป็นประธานตัดสินก็รีบลุกขึ้นไปขอดู ทำความเข้าใจกันสักพัก เขาก็ขอโทษ และประกาศใหม่ว่า ด.ช.จิตต์จารึก จันทร์สม ได้ลำดับที่ 1 ได้เป็นตัวแทนเขตพื้นที่การศึกษา สมุทรปราการเขต 2 เข้าแข่งขันระดับภาคกลาง-ภาคตะวันออกต่อไป เฮ้อ


ในรอบที่สาม ครูแจ้งให้ทราบว่าน่าจะแข่งประมาณเดือนธันวาคม แต่ยังไม่ทราบแน่นอนว่าเมื่อไหร่ เราก็ค่อย ๆ เตรียมบท และฝึกซ้อมกันที่บ้าน เราอ่านบทกันทุกคืน คืนละ 1 เรื่อง โดยไม่ได้ซีเรียสมาก แม่แค่อยากให้ลูกจำบทให้ได้ก่อน ต่อมาครูก็แจ้งมาว่า หัวข้อจะอยู่ในขอบเขต เรื่องตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม เวลาว่าง นันทนาการ ตกลงเป็นว่าเราต้องไปแข่งที่โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นการแข่งในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคกลาง-ภาคตะวันออก ครั้งที่ 60 แม่เปิดไปดูเว็บไซต์ พบว่ามีนักเรียนเข้าแข่งรวมลูกด้วย 48 คน โอ้โห ไม่เคยเจอการแข่งที่มีจำนวนผู้แข่งขันมากขนาดนี้เลย แม่คาด(เอาเอง) ว่าสถานที่จัดงานคงเป็นทางการมากกว่าเดิม เพราะเห็นกติกาการแข่งขันที่ค่อนข้างเป็นทางการ เช่น มีห้องเก็บตัวผู้เข้าแข่งขัน ห้ามถ่ายรูป ห้ามเปิดโทรศัพท์มือถือ เพราะจะรบกวนสมาธิผู้พูด แต่แม่ก็ยังแอบหวังว่าเขาคงไม่ห้ามบันทึกวิดีโอ จึงได้แบกวิดีโอคู่ชีพติดไปด้วย พ่อลางานปฎิบัติราชการเป็นสารถีเช่นเคย ปรากฎว่าเมื่อไปถึงสถานที่แข่งขัน แม่ก็ตะลึงตึงตึง เพราะว่าห้องแข่งขันมีขนาดเล็ก ไม่มีเวที กรรมการนั่งก็เต็มแล้ว แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ ไปถามกรรมการว่าเราจะเข้าดูได้หรือไม่ กรรมการก็ตอบว่าเข้าได้เฉพาะครูผู้ควบคุมนักเรียนมา แม่ก็รู้ชะตากรรมแล้วว่าวิดีโอคงไ้ม่ได้ใช้การแน่ เลยเอาไปฝากไว้กับพ่อซึ่งถอดใจ หนีความจอแจไปนั่งรอที่ศาลาหน้าโรงเรียนก่อนหน้านี้แล้ว

นี่คือห้องเก็บตัว ซึ่งในตอนเช้าก็คลาคล่ำไปด้วยนักเรียน 48 คน ครู และผู้ปกครอง ก่อนเริ่มแข่งขันกรรมการก็ให้จับฉลากลำดับก่อนหลัง ลูกจับได้ลำดับที่ 17 ซึ่งแม่ก็คิดว่าเป็นลำดับที่พอดี ไม่เร็วไป ไม่ช้าไปนะจ๊ะ เอาเข้าจริงพอตอนแข่งขัน ก็ไม่ได้มีใครได้เข้าไปดูซักคน มีแต่นักเรียนกับกรรมการเท่านั้นเองจ้ะ พอเริ่มมีนักเรียนลำดับแรก ๆ ออกมา บรรดาครูที่คอยอยู่ข้างนอกก็สืบถามกันว่าจับได้เรื่องอะไร คำตอบคือ My Favorite, My Hobbies, My Best Friends แม่ก็ช้กว้าวุ่นใจ เพราะเป็นเรื่องที่เราไม่ได้เน้นซ้อมมา ก็เราดูตามจดหมายเวียนเรื่องหัวข้อแล้ว ทำไมออกเป็นแนวนี้นะ แม่ก็เริ่มทำใจนิ่ง ๆ สักพักอีกคนออกมาบอกว่าได้เรื่องสิ่งแวดล้อม โห แม่ดีใจเป็นที่สุด และภาวนาให้ลูกจับได้หัวข้อนี้ และก็โล่งอกที่ลูกทำท่าดีใจตอนเปิดฉลากออกดู ตอนนั้นก็แอบคิดว่าโชคคงเข้าข้างเราบ้างแล้วละวันนี้ แข่งเสร็จซักประมาณ 11 โมง เราก็ไม่ได้รอผล เพราะรอไม่ไหว เลยไปหาร้านทานข้าวกลางวันกัน ก็ไปเจอร้านน่ารักอยู่หน้าวัดมหาธาตุ

ทานเสร็จเราก็ไปเที่ยวตลาดน้ำกัน ข้างล่างนี้คือภาพที่ตลาดน้ำ ลูกซื้อมีดดาบ เราได้โรตีสายไหม ปลาช่อนเผาเกลือ และขนมทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุนมา กลับถึงบ้านสัก 4 โมงเย็น

ตอนค่ำแม่ก็มาเปิดดูผลการแข่งขัน พบว่าลูกได้คะแนน 85.33 ได้ลำดับที่ 3 และจะได้เป็นตัวเแทนภาค (เอาลำดับที่ 1-3) ไปแข่งรอบสุดท้าย ระดับชาติจ้ะ Congratulations จ้ะ You've made it!!!

26 มกราคม 2554 วันนี้แม่มาอัพเดทข้อมูล เพราะเราเพิ่งไปแข่งรอบสุดท้าย ระดับชาติ ที่เมืองทองธานีมา มีผู้แข่งขันช่วงชั้นละ 12 คนจาก 4 ภาคทั่วประเทศ เราไปรถตู้ของโรงเรียนกับ T.กรกฏ พ่อขับรถตามไปทีหลัง เจเจแข่งเวลา 10.30 - 12.00 น. รอบนี้ลูกจับฉลากลำดับที่พูดได้ที่ 11 คนเกือบสุดท้าย เขาเก็บตัวนักเรียนไว้ไม่ให้ครูหรือผู้ปกครองเข้าไปยุ่งเลย แม่ก็เลยเข้าไปนั่งฟังในห้องแข่งขัน พร้อมกับทำหน้าที่เก็บข้อมูลไปด้วย แม่ได้ฟังของช่วงชั้นที่ 1 หัวข้อได้แก่ 1. Pets that you want to have... and because... 2. My favorite friend 3. My happiest hoildays ฟังน้อง ๆ พูดแล้วขนลุกจ้ะ เด็ก ๆ เก่งกันทุกคน
พอถึงช่วงชั้นที่ 2 แม่ก็ลุ้นว่าหัวข้อจะมีอะไรบ้างนะ เพราะหัวข้อก็ถือว่าเป็น luck อย่างนึง ถ้าเราเก็งมาได้ตรงก็เป็นงานง่ายสำหรับเด็กอ่ะนะ เปิดมาคนที่หนี่ง How to keep yourself clean and healthy โอ้ พระเจ้าช่วย ลุ้นต่อซิ คนที่สอง What do you want to be in the future and why? ดีขึ้นนิดนึง แต่ก็ไม่ตรงนัก รอจนถึงหัวข้อที่สามคือ My favorite famous person แม่คิดว่าอันนี้น่าจะพอมีลุ้นบ้าง ลูกอาจจะเอาไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราเตรียมไป เช่น เรื่อง My beloved king หรือ My mother แต่คิดอีกที... แม่ก็รู้จักลูกของตัวเองดี คิดว่าลูกคงทำอะไรตามความคิดของตัวเองแน่ ๆ แต่เรามาถึงรอบนี้แม่ก็พอใจแล้วจ้ะ อะไรก็ได้ทั้งนั้น ... ถ้าลูกเลือกทำแบบนั้นลูกก็จะได้พิสูจน์ตัวตนของลูก ว่าลูกเองก็มีกึ๋นนะ มีความคิดเป็นของตัวเอง เพื่อน ๆ ก็เก่งกันทุกคน ถึงตอนลูกเข้ามา I got to keep my fingers crossed. เขาประกาศว่าลูกจะพูดเรื่องที่ 3 ....ลุ้น ...ลุ้น ...ลุ้น.....


ลูกขึ้นไปยืนได้องอาจมาก แนะนำตัวได้เยี่ยม เว้นจังหวะดี มีเน้นคำ...อย่างที่แม่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย(เพราะลูกไม่ยอมให้เห็น อยู่บ้านเห็นแต่ลิง) แล้วลูกก็พูดถึง ยูริ กาการิน นักบินอวกาศรัสเซียคนแรกที่ไปในอวกาศ ... แม่อึ้ง... เอาจริงเหรอลูก.. แค่ชื่อแม่ก็พูดไม่ออกแล้ว กรรมการเริ่มหันมาตั้งใจมอง&ฟังว่าลูกจะพูดอะไรนะ โอ้โห...แม่ขนลุก... ลูกแม่เก่งจัง...ลูกสื่อสารความคิดตัวเองออกมาได้ยอดเยี่ยมจ้ะ .... แต่แน่นอน ...ในเมื่อมัน live ..ก็คงไม่สมบูรณ์แบบ แม่รู้ว่าวันนี้ลูกคงไม่ชนะ แต่ก็ชนะใจแม่และผู้ชมหลายคนจ้ะ เห็นได้จากที่ตอนลูกลงมาแล้ว มีคนเข้ามาชื่นชมกันใหญ่... แม่ก็ยิ้มแก้มปริ...เลยน่ะสิ

ผลการแข่งขัน ลูกได้ที่ 7 ได้ 79.3 คะแนน ได้เหรียญเงิน พลาดเหรียญทองไปนิดเดียว ลูกบอกผู้ฟังว่า กาการินสอนว่า Don't give up. แม่ก็เชื่อว่าลูกจะยังไม่ give up นะจ๊ะ We are so proud of you, my dear.

เขาเขียว อีกซักครั้ง




14 เมษายน 2553 เราถือฤกษ์ปิดเทอม ไปเที่ยวเขาเขียวกันอีกครั้ง ครานี้มีีครอบครัวน้าน้อยฟูลทีม และครอบครัวลุงสุรินทร์ คือป้าเหมียวกับน้องลูกจันไปด้วย เอารถไปสองคัน คือรถพ่อกับรถเต่า เด็ก ๆ สนุกสนานกับการดูสัตว์ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนมากเช่นทุกครั้งที่มา คนค่อนข้างเยอะ พ่อเอากล้องวิดีโอมาด้วย มารอบนี้ลูกได้(เปลือก)ไข่นกกระจอกเทศกลับมาด้วย เป็นของที่ระลึกจากการบริจาคเงินช่วยเหลือสัตว์ให้เขาเขียวจ้ะ ณ วันที่แม่เขียนบันทึกนี้ก็ไม่รู้ว่าไข่ไปอยู่แห่งหนตำบลใดแล้วจ้ะ กลับมาเราก็แวะทานอาหารกันที่ร้านที่น้าน้อยแนะนำ อยู่ริมทะเล อาหารก็อร่อยดี เจเจลงไปเดินเล่นริมทะเลด้วย ขากลับเด็ก ๆ สลบกันหมดจ้ะ

คุ้มวิมานดิน

6 กุมภาพันธ์ 2553 แม่จัดโปรแกรมทัวร์คุ้มวิมานดินให้จ้ะ ที่จริงแม่ไม่รู้จักมาก่อน แต่แม่อยากหาที่พาลูกไปเที่ยวใกล้ ๆ บ้าน และเป็นที่ที่เด็ก ๆ จะได้มีความสุข มีอะไรทำ ที่จะหนีออกไปจากเมือง จากทีวี จากคอมพิวเตอร์บ้่าง แม่ก็ใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ ดูแล้วก็น่าสนใจ เลยชวนน้าน้อยให้พาน้องขิมไปด้วยก้น ตกลงพ่อยอมเป็นสารถีเช่นเคย เราไปถึงสาย ๆ ทางเข้าค่อนข้างไกล แต่ก็มีป้ายไปตลอดทาง ไปถึงก็เงียบสงบดี คนไม่มาก เราต้องไปซื้อดิน แล้วเอามาที่โรงปั้น พ่อ ลูกได้แสดงฝีมือการปั้นและความคิดสร้างสรรค์กันเต็มที่ น้าน้อยทำป้ายนามสกุล ทุกคนมีความสุขกันดี อากาศอบอ้าวนิดหน่อย พ่อปั้นได้สัตว์ประหลาด เจเจปั้นหุ่นยนต์ถือโล่ห์และดาบ ส่วนแม่งานนี้ขอบายละกันจ้ะ ทำเสร็จเขาก็คิดค่าเผาและนัดมารับงานอีกทีประมาณ 1 เดือน



15 พฤษภาคม 2553 เรากลับไปอีกครั้งเพื่อรับงานเดิม คราวนี้ลูกก็ขอปั้นอีก ลูกทำเห็ดอันเล็ก ๆ หลายขนาด ดูความตั้งใจก็กินขาดแล้วจ้ะ พ่อหนุ่มเสื้อแดง

Jim Thomson Farm

2 มกราคม 2553 ในช่วงวันหยุดปีใหม่ เราไปเที่ยวที่ฟาร์มจิมทอมสันกัน ฟาร์มนี้ปีหนึ่งเปิดให้เข้าชมไม่กี่วัน เฉพาะช่วงปีใหม่ พ่อขับรถ แม่เป็นเนวิเกเตอร์ ส่วนเจเจเป็นเจ้านายนั่งข้างหลัง ขาำไปเราเดินทางเส้นพนมสารคาม เราแวะทานข้าวร้านคุณต๋อยที่วังน้ำเขียว ต้องรอนานมากจนลูกหิวและบ่น แต่อาหารก็อร่อยสมกับที่ต้องรอจ้ะ ลูกชอบยำเห็ดมาก เมื่อไปถึงก็พบกับคนมากมากที่หลั่งไหลกันมาเที่ยว มองเข้าไปเห็นทุ่งปอเทืองสีเหลืองสวยกับภูเขาลูกย่อม ๆ เขาให้จอดรถไว้ข้างนอก ซื้อบัตร แล้วจะมีรถนำไปปล่อยตามสถานีต่าง ๆ สถานีแรกมีฟักทองยักษ์(เราซื้อกลับมาทานเองและฝากคุณยายด้วย) ซุ้มน้ำเต้า และทุ่งทานตะวัน สถานีต่อไปเป็นหมู่บ้านอีสานที่พ่อได้แสดงฝีมือเล่นไม้โถกเถกโชว์ และเจเจได้ฝึกทำงานฝีมือคือทำ "ตุง" สำหรับห้อยประดับบ้าน มีการแสดง และร้านอาหารที่นี่ด้วย ต่อไปก็เป็นสถานีไม้ดอก แปลงผักสลัด และที่ขายของฝากก่อนกลับ ลูกซื้อเมล็ดพันธุ์ฟักทองขาวกลับมาด้วย ส่วนแม่ซื้อผักสด ขากลับแย่หน่อยเพราะเราตัดสินใจกลับทางโคราช รถติดยาวเหยียด ค่ำและหิว โชคดีแม่เตรียมซื้อเสบียงเป็นไก่ทอดกับข้าวเหนียวติดมือมาจากฟาร์ม รถแทบไม่ขยับแต่ลำไส้ลูกสิมันกำลังเคลื่อนไหว ก็ค่ำแล้วเป็นเวลาเข้าห้องน้ำของลูก เราลุ้นกันเหนื่อยกว่าจะไปถึงปั๊มน้ำมัน แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีจ้ะ เป็นความทรงจำที่ดีอีกบทหนึ่งของครอบครัวเรา