Lilypie - Personal pictureLilypie

Sunday, October 14, 2012

JJ's 30 Days in England - Introduction by his mom


ปฐมบท... ที่มาแห่งทริปประวัติศาสตร์ของครอบครัว

      มีนาคม 2555 แม่ไปงานออกบูธการท่องเที่ยวที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ตั้งใจจะไปหาซื้อทัวร์เพื่อพาคุณยายไปเที่ยวฮ่องกง  แต่โชคชะตาพัดพาให้เดินไปเจอบูธของ Worantex ก่อนกลับบ้าน แม่เห็นเขามีโปรแกรมพานักเรียนไปซัมเมอร์แคมป์ที่ต่างประเทศ  เลยเข้าไปถามรายละเอียดดูเพื่อเก็บข้อมูลเผื่อส่งลูกไปในอีกสองสามปีข้างหน้า  เขามีโปรแกรมไปสิงคโปร์กับอังกฤษหนึ่งเดือน  แม่สนใจประเทศอังกฤษ  เพราะลูกจะได้ไปอยู่กับ host family และดูว่าราคาเขาไม่แพงมาก  คือ 156,000 บาท และหากสมัครภายในงาน เขาจะลดให้ 3,000 บาท  แม่รู้สึกถูกชะตากับพี่คนที่ให้ข้อมูล ชื่อพี่แพร์ ซึ่งจะเป็นพี่เลี้ยงของกลุ่มที่จะไปอังกฤษ พี่แพร์ก็อยากได้ลูกค้าแต่เด็กที่เขารับต้องมีอายุอย่างน้อย 12 ปี  เจเจขณะนั้นอายุสิบขวบกว่า ๆ ยังไม่เต็ม 11 ขวบเลย  แม่สนใจซักถามเขาหลายอย่างและเริ่มมีความคิดว่าลูกแม่จะอยากไปไหมนะ...  พี่แพร์ก็ยังไม่กล้ารับ บอกว่าให้พาตัวมาให้ดูก่อน แม่จึงรีบกลับมาบ้านพร้อมด้วยรายละเอียดโปรแกรม  เมื่อบอกให้ลูกรู้ว่าเขาจะพาไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งสโตนเฮนจ์ที่ลูกชอบด้วย  ลูกก็ดูตื่นเต้นมากและตอบโดยแทบจะไม่ได้ฟังให้จบเลยว่าลูกอยากไป  แม่เล่าให้พ่อฟังและปรึกษากัน พ่อเองก็อยากให้ลูกไป  และครอบครัวเราเพิ่งได้เงินปันผลจากบริษัท BSI ซึ่งเพียงพอในการเป็นค่าใช้จ่ายให้ลูก เป็นอันว่าครอบครัวเรามีความเห็นตรงกัน  เหลือด่านต่อไปคือไม่รู้ว่าทางบริษัทเขาจะให้ลูกไปหรือเปล่า  ...


วันรุ่งขึ้น ลูกแทบจะรอไม่ไหว เร่งให้พ่อแม่พาไปงานแต่เช้า  เราไปถึงบูธก็พบพี่แพร์  แม่ปล่อยให้พี่แพร์คุยกับเจเจเอง ให้สัมภาษณ์กัน พี่แพร์ก็ดูจะพอใจ เพราะลูกพูดภาษาอังกฤษได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะไปมีปัญหาการสื่อสารระหว่างอยู่กับครอบครัวที่โน่น   แต่ปัญหาคือเรื่องอายุ  พี่แพร์ขอไปปรึกษาหัวหน้าก่อน  และให้เราแวะกลับไปถามใหม่อีกครึ่งชั่วโมง   เราจึงพากันเดินออกมาดูการแสดงที่เวทีกลาง  มีการแสดงจากประเทศต่างๆ ดูได้ไม่นานลูกก็รบเร้าให้เข้าไปถามพี่แพร์  แม่จึงให้วิ่งเข้าไปถามเอง  เจเจวิ่งกลับมาบอกว่าพี่เขาให้ไปแล้ว เย้...  ลูกดูตื่นเต้นดีใจและมีความสุขมาก วันนั้นเราต้องวางเงินมัดจำ 30,000 บาท

เมื่อกลับมา เราก็ต้องเตรียมตัวเรื่องต่าง ๆ นับตั้งแต่ต้องพาลูกไปถ่ายรูปและขอเอกสารจากโรงเรียน และให้พ่อไปขอเอกสารการเงินจากธนาคารเพื่อขอวีซ่า เมื่อวีซ่าอนุมัติ เราก็ต้องจัดเตรียมข้าวของให้ลูก เราไปซื้อนาฬิกาข้อมือคาสิโอและ mp3 ที่อิมพีเรียลสำโรง  ซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหม่ที่ขนาดพอดีกับคนตัวเล็กจะลากได้สะดวก  และที่เด็ดขาด(พ่อ)คาดไม่ถึง คือแม่ไปซื้อ Iphone 4s ให้เจเจด้วย (เราได้โปรโมชั่นจากการเป็นสมาชิก truevisions ลดครึ่งราคา เราจึงซื้อได้ที่ราคา 13,500 บาท) โดยมีข้อตกลงกันว่า โทรศัพท์เครื่องนี้เมื่อกลับมาจากอังกฤษแม่จะยกให้น้าแก้ว  เราต้องการใช้ประโยชน์เพื่อการสื่อสารผ่าน facetime และ photo stream เพื่อประหยัดค่าโทรทางไกล และเพื่อแม่จะได้เห็นรูปถ่ายของลูกที่โน่นด้วย ลูกก็ตกลง 

ยิ่งใกล้วันเดินทาง เราก็ชักจะยิ่งตื่นเต้น พ่อพาเจเจไปปฐมนิเทศที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินีเพราะแม่ต้องสอนปริญญาโทวันเสาร์  แม่สาละวนไปกับการหาซื้อหมวก ถุงเท้ายาว กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และ long john จากงานขายของที่สี่แยกเทพารักษ์ และท้ายสุดไปได้เสื้อกันหนาวที่เราเรียกกันว่าเสื้อแหนมจากเซ็นทรัลบางนา ตอนนี้ก็สบายใจแล้วว่าลูกคงมีเครื่องกันหนาวที่ดีพอ

 

ไปละนะ...

เจเจมีกำหนดออกเดินทางไปอังกฤษวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2555 โดยสายการบิน British Airways เรานัดกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 21.30 น.  แต่กว่าเครื่องจะออกก็ประมาณตีหนึ่งของวันรุ่งขึ้น  พี่เลี้ยงของกลุ่มคือพี่แพร์ คุมทีมน้อง ๆ รวม 10 คน  เจเจเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุด (ในวันเดินทางมีพี่สองคนที่ยังไม่ได้วีซ่าจึงต้องบินตามไปทีหลังคือพี่เกมกับพี่อิง) แม่จู่ก็ไปส่งด้วย  แม่รู้สึกใจหายว่าลูกจะต้องไปแล้วจริง ๆ หรือนี่  เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราต้องแยกกันเป็นเวลานาน และที่สำคัญลูกก็ไปไกลเหลือเกิน อีกซีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว  แม่อดรู้สึกเป็นห่วงและคิดถึงไม่ได้  แม่รู้ว่าลูกก็รู้สึกอะไร แต่ลูกก็ทำตัวเข้มแข็งดีมาก แม่ภูมิใจในตัวลูกเหลือเกินจ้ะ  ประมาณสี่ทุ่มเราก็ต้องลากัน ...โชคดีนะลูก ขอให้ลูกแม่เดินทางปลอดภัย... ได้พบแต่คนดี ๆ ประสบการณ์ดี ๆ ที่โน่นนะครับ แล้วเขียนมาเล่าให้แม่ฟังบ้างนะ จะได้หายคิดถึง... แม่รักลูกจ้ะ  
 
 
 

 

No comments: