ปฐมบท...
ที่มาแห่งทริปประวัติศาสตร์ของครอบครัว
วันรุ่งขึ้น
ลูกแทบจะรอไม่ไหว เร่งให้พ่อแม่พาไปงานแต่เช้า
เราไปถึงบูธก็พบพี่แพร์
แม่ปล่อยให้พี่แพร์คุยกับเจเจเอง ให้สัมภาษณ์กัน พี่แพร์ก็ดูจะพอใจ
เพราะลูกพูดภาษาอังกฤษได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะไปมีปัญหาการสื่อสารระหว่างอยู่กับครอบครัวที่โน่น แต่ปัญหาคือเรื่องอายุ พี่แพร์ขอไปปรึกษาหัวหน้าก่อน และให้เราแวะกลับไปถามใหม่อีกครึ่งชั่วโมง เราจึงพากันเดินออกมาดูการแสดงที่เวทีกลาง มีการแสดงจากประเทศต่างๆ
ดูได้ไม่นานลูกก็รบเร้าให้เข้าไปถามพี่แพร์
แม่จึงให้วิ่งเข้าไปถามเอง
เจเจวิ่งกลับมาบอกว่าพี่เขาให้ไปแล้ว เย้... ลูกดูตื่นเต้นดีใจและมีความสุขมาก วันนั้นเราต้องวางเงินมัดจำ
30,000 บาท
เมื่อกลับมา
เราก็ต้องเตรียมตัวเรื่องต่าง ๆ
นับตั้งแต่ต้องพาลูกไปถ่ายรูปและขอเอกสารจากโรงเรียน
และให้พ่อไปขอเอกสารการเงินจากธนาคารเพื่อขอวีซ่า เมื่อวีซ่าอนุมัติ เราก็ต้องจัดเตรียมข้าวของให้ลูก
เราไปซื้อนาฬิกาข้อมือคาสิโอและ mp3 ที่อิมพีเรียลสำโรง
ซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหม่ที่ขนาดพอดีกับคนตัวเล็กจะลากได้สะดวก และที่เด็ดขาด(พ่อ)คาดไม่ถึง คือแม่ไปซื้อ Iphone
4s ให้เจเจด้วย (เราได้โปรโมชั่นจากการเป็นสมาชิก truevisions
ลดครึ่งราคา เราจึงซื้อได้ที่ราคา 13,500 บาท) โดยมีข้อตกลงกันว่า
โทรศัพท์เครื่องนี้เมื่อกลับมาจากอังกฤษแม่จะยกให้น้าแก้ว เราต้องการใช้ประโยชน์เพื่อการสื่อสารผ่าน facetime
และ photo stream เพื่อประหยัดค่าโทรทางไกล
และเพื่อแม่จะได้เห็นรูปถ่ายของลูกที่โน่นด้วย ลูกก็ตกลง
ยิ่งใกล้วันเดินทาง
เราก็ชักจะยิ่งตื่นเต้น พ่อพาเจเจไปปฐมนิเทศที่โรงแรมพลาซ่า
แอทธินีเพราะแม่ต้องสอนปริญญาโทวันเสาร์ แม่สาละวนไปกับการหาซื้อหมวก ถุงเท้ายาว
กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และ long john จากงานขายของที่สี่แยกเทพารักษ์
และท้ายสุดไปได้เสื้อกันหนาวที่เราเรียกกันว่าเสื้อแหนมจากเซ็นทรัลบางนา ตอนนี้ก็สบายใจแล้วว่าลูกคงมีเครื่องกันหนาวที่ดีพอ
ไปละนะ...
เจเจมีกำหนดออกเดินทางไปอังกฤษวันอาทิตย์ที่
8 เมษายน 2555 โดยสายการบิน British Airways เรานัดกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เวลาประมาณ 21.30 น. แต่กว่าเครื่องจะออกก็ประมาณตีหนึ่งของวันรุ่งขึ้น พี่เลี้ยงของกลุ่มคือพี่แพร์ คุมทีมน้อง ๆ รวม
10 คน เจเจเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุด (ในวันเดินทางมีพี่สองคนที่ยังไม่ได้วีซ่าจึงต้องบินตามไปทีหลังคือพี่เกมกับพี่อิง)
แม่จู่ก็ไปส่งด้วย
แม่รู้สึกใจหายว่าลูกจะต้องไปแล้วจริง ๆ หรือนี่
เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราต้องแยกกันเป็นเวลานาน
และที่สำคัญลูกก็ไปไกลเหลือเกิน อีกซีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว แม่อดรู้สึกเป็นห่วงและคิดถึงไม่ได้ แม่รู้ว่าลูกก็รู้สึกอะไร
แต่ลูกก็ทำตัวเข้มแข็งดีมาก แม่ภูมิใจในตัวลูกเหลือเกินจ้ะ ประมาณสี่ทุ่มเราก็ต้องลากัน ...โชคดีนะลูก
ขอให้ลูกแม่เดินทางปลอดภัย... ได้พบแต่คนดี ๆ ประสบการณ์ดี ๆ ที่โน่นนะครับ
แล้วเขียนมาเล่าให้แม่ฟังบ้างนะ จะได้หายคิดถึง... แม่รักลูกจ้ะ


No comments:
Post a Comment