Lilypie - Personal pictureLilypie

Sunday, June 30, 2013

New Zealand Student #5

Lincoln Primary Student: A Life Journey 
(ตอนที่ 5 Franz Josef - Wanaka 285 km)



วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2556
       วันนี้แม่ตื่นมาประมาณเจ็ดโมงเช้า  รีบโผล่ออกไปดูสภาพดินฟ้าอากาศ  ดีใจมากที่สุดที่ฝนไม่ตกแล้ว  ลูกยังไม่ตื่น แม่กับพ่อจึงพากันเดินออกไปดูวิวเทือกเขาที่โอบล้อมที่พักเราอยู่ ทิวทัศน์สวยงามมาก แม่รู้สึกว่าอากาศสดชื่นจริง ๆ เราถ่ายรูปกันนิดหน่อย  ท้องฟ้าเริ่มมีแสงรำไร  แม่เริ่มมีความหวังว่าวันนี้ฟ้าฝนคงเป็นใจให้เราได้ดูธารน้ำแข็งเป็นแน่แล้ว  สักพักก็เริ่มได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่พานักท่องเที่ยวไปบินชมธารน้ำแข็งขึ้นบิน  แม่จึงรีบกลับเข้าบ้าน พยายามทำเวลาในการแพ็คของและทำอาหารเช้า  เช้านี้เราทานไข่ดาว เบคอนอบ แฮม ชีส ขนมปังปิ้ง เนยถั่ว  จนอิ่มหนำสำราญแบบจุใจ ช่างเป็น full continental breakfast จริง ๆ   ทานอาหารเช้าเสร็จเราก็รีบเช็คเอ้าท์เวลาประมาณ 09.30 น. ตอนนี้เราชักติดใจที่พักของ Bella Vista จึงขอให้คุณป้าผู้ดูแลช่วยจองที่พักของ BV ที่วานากาให้ด้วย  แต่ไม่มีห้องว่าง คุณป้าจึงติดต่อที่พักใกล้ ๆ กันให้แทน  เราขอบคุณแกและรับชื่อกับเบอร์โทรของโมเต็ลมา  ชื่อ Aspiring Motel  


พาโนรามา ที่พักและขุนเขาที่โอบล้อม  ในยามเช้าที่ฝนเพิ่งหยุดตก

         เราแวะกลับไปที่ศูนย์นกกีวีอีกครั้ง พี่ ๆ ก็น่ารักมากให้เราเข้าชมได้อีกโดยไม่คิดเงินตามที่บอกไว้เมื่อวาน  เราไปแอบดูเจ้ากีวีทั้งสามจนได้เวลาที่ต้องไปต่อแล้ว แม่จึงบอกให้ลูกบอกลาเจ้ากีวีน้อย  แม่แวะซื้อของฝากเพิ่มเติมนิดหน่อย เป็นนกกีวีใหญ่ 3 ตัว (ลูกขอเก็บไว้ที่นิวซีแลนด์ 1 ตัว  ของแม่ 1 ตัว และฝากแม่จู่อีก 1 ตัว) และซื้อพวงกุญแจเพิ่มอีก 1 มัด  เดินออกมามีตู้รับบริจาคเงินเพื่อใช้ในการอนุรักษ์นกกีวี ลูกได้ร่วมบริจาคด้วย  เสร็จแล้วก็ออกมาถ่ายรูปที่หน้าศูนย์ฯ เพราะเมื่อวานไม่ได้ถ่ายเนื่องจากฝนตก
พ่อกับลูกถ่ายกับรูปปั้นกีวียักษ์หน้าศูนย์ฯ
กีวีที่เราเก็บไว้คนละตัว
   

         เราแวะเติมน้ำมัน(เป็นครั้งแรก) ที่ปั๊มน้ำมันหนึ่งเดียวของเมือง Franz Josef  ราคา 77.80 NZD โดยแม่ปล่อยให้พ่อกับลูกไปเรียนรู้การเติมน้ำมันด้วยตัวเองที่ NZ  ส่วนแม่ก็รีบวิ่งไปที่ Four Square Supermarket ที่มาซื้อของเมื่อวาน โดยมีจุดหมายหลักคือซื้อที่ตัดเล็บให้ลูก เพราะเราลืมเอามาจากบ้าน ที่ตัดเล็บขายเป็นชุดพร้อมตะไบและที่แคะเล็บ ราคา 4.29 เหรียญ แม่ซื้อกล้วยหอมตัดแบ่งขายมาด้วย เป็นกล้วยลูกเล็กกว่าบ้านเรา เห็นแปะว่ามาจากฟิลิปปินส์ ราคา2.39 เหรียญ/ครึ่งหวี  และซื้อบัตรเติมเงินโทรศัพท์แม่(ที่ได้ซิมฟรีมาจากร้านรถเช่า)อีก 20 เหรียญ  กลับไปถึงพ่อกับลูกก็เติมน้ำมันพร้อมออกเดินทางแล้ว

          เราขับไปชมธารน้ำแข็ง ระหว่างทางเข้าไป จะมองเห็นลำธารสีน้ำนมด้านซ้ายมือตลอดเส้นทาง สวยงามและน่าทึ่งมาก เท่าที่อ่านมา เจ้าธารสีน้ำนมนี้เกิดจากหิมะที่ละลายจาก Glacier บดผสมกับหินและแร่ธาตุต่าง ๆ ทำให้มีสีสวยแปลกตา   สำหรับในภาพข้างล่างนี้จะมองเห็นความแปลกอีกอย่างหนึ่งของนิวซีแลนด์ที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง  นั่นก็คือ "สะพานเลนเดียว" ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปตลอดเส้นทางที่เราขับผ่าน  สำหรับป้ายบอกทาง เราจะเห็นว่านอกจากป้ายสีเหลืองรูปสะพานแล้ว จะมีป้ายวงกลมมีลูกศรสองอันสวนทางกัน  ในภาพนี้เราเป็นลูกศรแดงอันเล็กกว่า หมายความว่าเราเป็นทางโท ต้องขับไปจอด รอดูและให้ทางกับอีกฝ่ายหนึ่งก่อน  ถ้าเป็นสะพานที่ยาว ๆ ก็อาจมีจุดหลบรถที่กลางสะพานให้ด้วย ที่เป็นเช่นนี้ เพราะนิวซีแลนด์เองมีประชากรน้อย รถราก็พลอยน้อยตามไปด้วย นาน ๆ จะมีรถมาสักคัน ก็เลยไม่รู้จะสร้างสะพานอลังการให้ใครข้าม  ทำแบบนี้ดีกว่า ประหยัดดี

ธารน้ำนม ด้านซ้ายของถนน และป้ายบอกสะพานเลนเดียว 
           เราขับไปตามทาง มองหาป้ายทางเข้าธารน้ำแข็ง หรือ Glacier Access เพื่อเข้าไปยังจุดจอดรถ   สำหรับทางเดินเข้าไปชมน้ันมีให้เลือก 3 เส้นทาง  ที่ป้ายจะมีบอกเวลาไว้ด้วย  สำหรับเราซึ่งมีเวลาไม่มากนัก เราจึงเลือกทางที่ใกล้ที่สุด ชื่อ Sentinel Rock Walk ใช้เวลาไปกลับประมาณ 20 นาที  แต่ต้องบอกว่าเวลาที่บอกไว้นี้คือฝรั่งเดิน ถ้าเราเดินก็ต้องบวกเพิ่มไปอีก รวมเวลาที่เราไปหยุดชื่นชมธรรมชาติด้วย เบ็ดเสร็จก็เกือบชั่วโมง
       
เอาอันนี้ละ ใกล้สุด อิ อิ 


 

ช่วงเวลาดี ๆ ของพ่อกับลูก ข้างลำธาร ตอนเดินขึ้นไปชมธารน้ำแข็ง
          เราเดินตามทางไปเรื่อย ๆ ผ่านทางโรยกรวด ทางเดินเริ่มชันขึ้น และเป็นทางขึ้นเขา ป่าโดยรอบก็เริ่มดูเหมือนป่าดิบชื้น อากาศก็เย็นลงอย่างรวดเร็ว เวลาเราพูดจะมีควันออกจากปาก ไม่นานนักเราก็ไปถึงจุดหมายปลายทาง ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าช่างน่าตื่นตะลึง  ธรรมชาติตรงหน้าเราช่างงดงามและยิ่งใหญ่เหลือเกิน จนเรารู้สึกตัวเล็กกระจิ๊ดเดียว

ธารน้ำแข็ง Franz Josef อันยิ่งใหญ่

รูปครอบครัว ที่หาได้ยากในทริปนี้

          มีฝรั่งอีกสามสี่คนขึ้นมาถึงเวลาไล่เลี่ยกับเรา  เขาจึงใจดีถ่ายรูปครอบครัวให้  สำหรับรูปครอบครัวในทริปนี้น่าจะมีแค่สองบานเท่านั้น เพราะเราต้องผลัดกันถ่าย ผลัดกันเป็นนายแบบนางแบบ  รูปนี้จึงมีค่าสำหรับครอบครัวเราจริง ๆ   
           เราดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่จนพอใจแล้ว  จึงตัดสินใจออกเดินทางต่อไป  คราวนี้เราจะต้องขับผ่านเมืองฟอกซ์เพื่อไปยังเมืองวานากา  อันเมืองฟอกซ์นี้เปรียบเหมือนเมืองฝาแฝดของเมืองฟรานซ์โจเซฟ  เพราะเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีธารน้ำแข็งที่คนเดินเข้าไปชมได้ และมีชื่อเรื่องธุรกิจธารน้ำแข็งเหมือนกัน  เราไม่ได้แวะ เพราะเห็นว่าคงคล้าย ๆ กันและเรามีเวลาไม่มาก  วันนี้เรายังต้องเดินทางกันอีกค่อนข้างไกล  จึงเพียงแต่ขับผ่านไปเฉย ๆ  เมื่อออกรถมาในช่วงแรก ๆ จะเป็นทางขนานชายฝั่งทะเลไปตลอดทางด้านขวามือ  ด้านซ้ายเป็นป่าดิบชื้น มีต้น silver fern สัญญลักษณ์ของประเทศให้เห็นมากมาย  แต่หนทางตอนนี้ค่อนข้างคดเคี้ยว จึงทำความเร็วไม่ได้มากนัก  เราทานอาหารกลางวันกันในรถเช่นเคย  สักพักใหญ่ก็ชักอยากระบายน้ำออกจากร่างกาย จึงรีบช่วยกันมองหาป้ายสัญลักษณ์ห้องน้ำ  เมื่อเห็นจึงรีบเลี้ยวหักรถเข้าไปโดยด่วน  และแล้วป้ายนั้นก็นำทางเราไปยัง Lake Paringa (แม่เรียกเองขำขำว่าทะเลสาบปิรันย่า) เราตกตะลึงกับความงามของทะเลสาบตรงหน้า  นี่แค่จะมาเข้าห้องน้ำยังมีของแถมสวยขนาดนี้         
        พวกเราทุกคนแยกย้ายกันไปทำภารกิจ  แม่เปิดประตูห้องน้ำเข้าไปก็ต้องตะลึง  โอแม่เจ้า ธรรมชาติมาก ๆ สุดๆ  ส้วมหลุมครับพี่น้อง  แบบนั่งยอง ๆ แล้วปล่อยสารพัดทุกข์สายตรงลงไปข้างล่าง  น้ำท่าอะไรไม่มีให้ชักโครกทั้งสิ้น  เห็นแล้วแทบจะลืมปวดฉี่  ยืนมองติดนิ่งตัดสินใจว่าจะเอาไงกับชีวิตดี กลิ่นก็อบอวลเหลือเกิน  เดินไปดูห้องอื่น ๆ ก็อาการใกล้เคียงกัน  แต่ในที่สุดก็ต้องกลั้นใจเข้า เพราะไม่รู้ว่าจะต้องขับรถออกไปอีกนานเท่าไหร่กว่าจะเจอห้องน้ำอีกครั้ง  แม่จึงรีบหลับหูหลับตาบีบจมูกแล้วทำภารกิจอย่างรวดเร็ว  เฮ้อ  ออกมาข้างนอกได้ ดีใจเหลือจะเอ่ย  รีบล้างมือล้างไม้แล้ววิ่งตามไปสมทบพ่อลูกที่ริมทะเลสาบ
         บริเวณทะเลสาบเงียบสงบ  เห็นมีคนมาแวะปิคนิคทานอาหารกลางวันแค่สองคน  แม่พยายามเก็บภาพทะเลสาบและภาพพาโนรามาของลูกในวิวนี้  ทันใดนั้นเอง ลูกก็เดินสะดุดหกล้มลง  แม่เห็นว่าลูกไม่ได้เป็นอะไร จึงไม่ได้รีบเข้าไปช่วย  ทำให้ลูกน้อยใจ ต่อว่าแม่ซะยกใหญ่ ต่อว่าแม่ว่าไม่สนใจลูกเลย สนใจแต่ถ่ายภาพ  แม่จึงรีบเข้าไปขอโทษและปลอบใจ สักพักลูกจึงคลายความน้อยใจลงได้  แม่แอบขำว่าตอนนี้ลูกก็กำลังค่อย ๆ โตเป็นหนุ่ม  หลายครั้งลูกก็อยากเป็นผู้ใหญ่ ไม่อยากให้พ่อแม่มายุ่ง  แต่บางทีลูกก็ยังเป็นเด็กน้อยของแม่คนเดิม ที่ต้องการอ้อมกอดที่อบอุ่น นิทานแสนสนุกของแม่ก่อนนอน และความเอาใจใส่ของแม่เหมือนเคย  แม่รักลูกจ้ะ       
ห้องน้ำที่ Lake Paringa  ภายในสุด ๆ

สองพ่อลูก ริมทะเลสาบ

พาโนรามา หวานแหววนี้ ฝีมือลูกชายค่ะ

       เราเดินกลับมาขึ้นรถ  ผ่านคู่ปิคนิค  ก็จำได้ว่าคือคู่ที่เราเจอที่ธารน้ำแข็งที่ถ่ายรูปให้เรานั่นเอง  จึงร้องทักทายกันนิดหน่อย  เขาถามเราว่าได้ไปดู Fox Glacier หรือไม่  เราบอกว่าไม่ได้แวะ  เขาจึงบอกว่าเขาเพิ่งแวะไปมานะ น่าเสียดายที่เราไม่ได้เข้าไป  เพราะธารน้ำแข็งเดินใกล้กว่าที่ฟรานซ์โจเซฟ และมีขนาดใหญ่กว่าด้วย  เอาไว้คราวหน้าละกันนะ  เมื่อร่ำลากันแล้วเราจึงกลับมาขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองวานากาต่อไป
พ่อถ่ายกับวิว ที่งามกว่าในภาพมาก
       ขับรถต่อมาอีกสักหน่อย ก็่เข้าเขตวนอุทยานแห่งชาติ Mt Aspiring  ทั้งขุนเขา ลำธาร และทะเลสาบงดงามเหลือเกิน  งามจนอดใจไม่ไหวต้องหยุดรถเพื่อเก็บภาพ  แต่ความที่เรามีแต่กล้องมือถือและกล้องตัวเล็ก จึงไม่สามารถบันทึกความงามไว้ได้อย่างที่ตาเราเห็น  ถ่ายออกมาก็ไม่เห็นรายละเอียดความงดงามของขุนเขาที่สลับซับซ้อน แดดที่ทอแสงลงบนผิวน้ำ และฉาบทาอยู่บนยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม  
ใบไม้เปลี่ยนสี ตามข้างทาง
            
           เมื่อผ่านอุทยานแห่งชาติ Mt Aspiring มาได้สักพัก  เราก็เหมือนหลุดออกมาสู่ที่ราบ มีทุ่งเลี้ยงแกะให้เห็นประปราย เริ่มเห็นใบไม้ที่เปลี่ยนสีเพื่อต้อนรับฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามา  อีกพักใหญ่ ๆ ภาพวิวทิวทัศน์ด้านขวามือก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นผืนน้ำสีฟ้าเข้มงามจับตา ขนาดใหญ่โตเหลือประมาณ  นี่คือทะเลสาบวานากา (Lake Wanaka) ที่เราจะมาพักในคืนนี้นั่นเอง  แต่ตัวเมืองยังต้องขับรถต่อไปอีกไกลโข  ขับอ้อมทะเลสาบไปมาไม่ถึงสักที  สักพักภูเขาด้านซ้ายมือของเราก็หายไป ภาพแปรเปลี่ยนเป็นพื้นน้ำสีฟ้าใสขึ้นอีกแห่ง มีขนาดใหญ่โตไม่แพ้กัน  อันนี้คือทะเลสาบฮาเวีย (Lake Hawea) นั่นเอง  เส้นทางตอนนี้ก็จะขึ้นเขา ลงเขา อ้อมทะเลสาบไปเรื่อย ๆ  ขับยังไงก็ไม่มีหลงทางแน่นอน
Lake Wanaka
Lake Hawea

          ในที่สุด เราก็มาถึงจุดหมายปลายทางของเราในคืนนี้ คือที่ Aspiring Lodge Motel  แม่กับลูกเข้าไปเช็คอิน ราคา 120 NZD แถม wifi ให้สองเบอร์  พ่อเตรียมขนสมบัติลงจากรถ  ห้องก็สภาพดี มีครัวให้ครบครัน แถมยังอยู่ติดกับห้าง New World อีกต่างหาก  คืนนี้เห็นทีว่าเราคงต้องมีมื้อใหญ่กันแน่แล้ว  
         หลังจากเอาของลง  เราสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันไปช้อปปิ้งที่ห้างนิวเวิร์ล เพื่อซื้ออาหารเย็น  แม่ได้ปลาหมึกวง หอยแมลงภู่ ผักชีและเห็ดขาวหัวโต สำหรับทำต้มยำ  ได้เนื้อวัวบดและถั่วแขกสำหรับทำแกงเขียวหวาน  พ่อได้คลอสเตอร์เบียร์และมาร์ลโบโร่ ลูกได้มินิพิซซ่า เครื่องดื่ม Monster Energy และบลูเบอร์รี่  นอกจากนั้นแม่ก็เริ่มหาซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน ในซุปเปอร์เช่นนี้ แม่ได้แยมทาขนมปังยี่ห้อ Craig's Jam มาสามสี่กระปุก และเนสกาแฟสำเร็จรูปอีกสองกล่องเล็ก 
    

บ้านของเราคืนนี้ อยู่ติดห้าง New World เลย

ในห้างนิวเวิร์ล มีทิวลิปขายด้วย
อาหารแห้ง ถั่ว คอร์นเฟลค สามล้านเจ็ดแสนชนิด

เห็ดขาวหัวโต อร่อยดีค่ะ
งานประจำ




















แม่ซื้อมะนาวมาไม่พอ ต้องให้พ่อออกไปอีกรอบ ได้มะเขือเทศแถมมาด้วย

เสร็จแล้วค่ะ เสิร์ฟพร้อมกุ้งกรอบกระป๋อง
ผลไม้ หลังอาหารเย็น

Cheers!




ห้องนอนของเราที่ Aspiring Motel

 Good Night Wanaka!


No comments: